ซินเจียงใต้

ดินแดนแห่งเส้นทางสายไหม ทะเลทรายสุดขอบฟ้า และเทือกเขาสูงตระหง่านแห่งเอเชียกลาง


ตอนที่ 1.
PANLONG ANCIENT ROAD | ถนนพับผ้าแห่งซินเจียงใต้

วันนี้นิลจะพาทุกคนไปเที่ยวถนนที่เห็นครั้งแรกแล้วต้องสงสัยว่า คนออกแบบเขาคิดอะไรอยู่! 🤣

ถนนสายนี้คนไทยรู้จักกันในชื่อ ถนนพับผ้า มีชื่อภาษาจีนว่า 盘龙古道 (Panlong Ancient Road) หรือถนนโบราณผานหลง ซึ่งคำว่า ผานหลง หมายถึงมังกรที่ขดตัว บางคนจึงเรียกถนนสายนี้ว่า ถนนมังกรเลื้อย เพราะเมื่อมองจากมุมสูง จะเห็นถนนคดเคี้ยวไปตามภูเขา ราวกับมังกรตัวใหญ่กำลังเลื้อยอยู่บนสันเขา

ถนนผานหลงตั้งอยู่ในเขตทัชคอร์แกน (Tashkurgan) ทางตอนใต้ของซินเจียง บนที่ราบสูงปามีร์ เป็นถนนภูเขาที่มีระยะทางประมาณ 30–36 กิโลเมตร แต่สิ่งที่ทำให้ถนนสายนี้โด่งดังไปทั่วโลกก็คือ จำนวนโค้งที่มีมากกว่า 600 โค้ง! ใช่ค่ะ อ่านไม่ผิดเอานิ้วมือนิ้วเท้าของทั้งกรุ๊ป มานับยังไม่พอค่ะ อิฉันจิเปงลม โค้งกันจนคนเมารถอาจต้องขอเจรจากับคนขับ เป็นการส่วนตัว 😂

นิลเดินทางมาที่นี่ในช่วงเดือนเมษายน อากาศบนที่สูงยังหนาวเย็นมาก ตอนขึ้นไปยังจุดสูงสุดของเส้นทาง เรายังได้พบกับหิมะ อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 3 องศา ทั้งที่หลายพื้นที่เริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่บนภูเขาแห่งนี้ ฤดูหนาวดูเหมือนจะยังไม่ยอมเก็บกระเป๋ากลับบ้าน

หลังจากขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแล้ว เราก็เริ่มเดินทางลงเขาอีกด้าน และนี่แหละค่ะ จุดที่ได้พบกับถนนพับผ้าของจริง!ก่อนมาเราเคยเห็นภาพถนนสายนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่พอได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง ความรู้สึกแรกกลับไม่ใช่ความหวาดเสียวหรือความตื่นเต้นอะไรทั้งนั้น

แต่เป็นคำถามว่า…ทำไมพี่จีนไม่ตัดถนนให้มันตรง ๆ ไปเลยล่ะคะ! 🤣

PANLONG RD. XINJIANG

คือดูจากภาพก็ว่าโค้งเยอะแล้ว พอมาเห็นของจริงยิ่งสงสัยว่า ระหว่างออกแบบถนนนี่มีใครเคยเสนอให้ลดจำนวนโค้งกันบ้างไหมแต่พอมาคิดอีกที ก็ต้องยอมรับว่าโค้งเหล่านี้มีเหตุผลของมันค่ะ เพราะการสร้างถนนบนภูเขาสูงชัน ไม่สามารถลากเส้นตรงขึ้นลงได้ตามใจชอบ การทำถนนให้ค่อย ๆ ไต่ระดับไปตามภูเขาช่วยลดความลาดชัน ทำให้รถสามารถขึ้นลงได้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่มากกว่าพูดง่าย ๆ ก็คือ ที่เราเห็นมันคดเคี้ยวขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะวิศวกรอยากให้คนขับฝึกหมุนพวงมาลัย แต่ภูเขามันบังคับให้ต้องออกแบบแบบนี้ต่างหาก 😆

หลายคนที่เห็นภาพถนนผานหลงอาจคิดว่ามันน่าหวาดเสียว บางคนอาจรู้สึกว่าถนนที่มีโค้งมากขนาดนี้ต้องอันตรายแน่ ๆ แต่จากความรู้สึกของนิลที่ได้นั่งรถผ่านจริง ๆ กลับไม่ได้รู้สึกว่าโค้งน่ากลัวอย่างที่คิด

ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับถนนขึ้นภูทับเบิกบ้านเรา นิลกลับรู้สึกว่าถนนผานหลงมีจังหวะของโค้งที่ต่างออกไป ระยะทางในแต่ละโค้งค่อนข้างยาว ทำให้รู้สึกว่ามีช่วงให้ได้หายใจหายคอกันมากกว่า ไม่ได้รู้สึกว่ากำลังถูกเหวี่ยงไปมาอยู่ตลอดเวลาอย่างที่จินตนาการไว้

แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่าถนนสายนี้ไม่มีความเสี่ยงนะคะ เพราะนี่คือถนนบนภูเขาสูงกว่า 4,000 เมตร ทั้งความลาดชัน โค้งต่อเนื่อง และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว ล้วนเป็นสิ่งที่คนขับต้องระมัดระวัง

แต่สิ่งหนึ่งที่นนิลชอบมากก็คือ ภูมิประเทศสองข้างทางที่ดูแห้งแล้ง เวิ้งว้าง และยิ่งใหญ่ ภูเขาสีน้ำตาลทอดตัวสลับซับซ้อนไปสุดสายตา ไม่มีตึกสูง ไม่มีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ มีเพียงถนนเส้นเล็ก ๆ ที่คดเคี้ยวอยู่กลางภูเขามหึมา

ยิ่งมองจากมุมสูง ก็ยิ่งเห็นว่าถนนสายนี้เป็นงานวิศวกรรมที่น่าทึ่งมาก จากเส้นทางที่สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้คนในพื้นที่เดินทางข้ามภูเขาได้สะดวกขึ้น วันนี้กลับกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักเดินทางจากทั่วโลกอยากมาเห็นด้วยตาตัวเอง

และมีเรื่องน่ารักอีกอย่างหนึ่งค่ะ ที่ถนนผานหลงมีข้อความภาษาจีนที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูปกันว่า

今日走过了所有的弯路,从此人生尽是坦途
ความหมายประมาณว่า “วันนี้เราได้ผ่านเส้นทางคดเคี้ยวทั้งหมดมาแล้ว ขอให้หนทางชีวิตจากนี้ไปมีแต่ความราบรื่น”

เป็นประโยคที่เข้ากับถนนสายนี้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะหลังจากผ่านโค้งนับร้อยมาได้แล้ว ใคร ๆ ก็คงอยากให้ชีวิตต่อจากนี้เจอแต่ทางตรงบ้างเนอะ 😄 สำหรับนิล ถนนผานหลงไม่ใช่แค่ถนนที่มีโค้งเยอะที่สุดสายหนึ่งที่เคยเดินทางผ่านมา แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้เราได้เห็นว่า มนุษย์สามารถสร้างเส้นทางผ่านภูมิประเทศที่ยากลำบากได้อย่างน่าทึ่งเพียงใด

บางสถานที่เราต้องไปให้ถึงจุดหมายจึงจะรู้สึกว่าคุ้มค่ากับการเดินทาง แต่สำหรับถนนสายนี้ ระหว่างทางต่างหากที่เป็นจุดหมาย

และถ้ามีใครถามว่า อยากกลับไปอีกไหม? นิลคงตอบว่า อยากค่ะ…แต่ขอเป็นคนนั่งเหมือนเดิมนะคะ หน้าที่ขับรถ 600 กว่าโค้ง ขอยกให้คนที่ชำนาญทางดีกว่า! 😂

#PanlongAncientRoad #ถนนพับผ้า #ซินเจียงใต้ #Xinjiang #Tashkurgan #เที่ยวจีน