# สุดขอบฟ้า ## Posts - [ซินเจียงใต้](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89/): ซินเจียงใต้ ดินแดนแห่งเส้นทางสายไหม ทะเลทรายสุดขอบฟ้า และเทือกเขาสูงตระหง่านแห่งเอเชียกลาง ตอนที่ 1. PANLONG ANCIENT ROAD | ถนนพับผ้าแห่งซินเจียงใต้ วันนี้นิลจะพาทุกคนไปเที่ยวถนนที่เห็นครั้งแรกแล้วต้องสงสัยว่า คนออกแบบเขาคิดอะไรอยู่! 🤣 ถนนสายนี้คนไทยรู้จักกันในชื่อ ถนนพับผ้า มีชื่อภาษาจีนว่า 盘龙古道 (Panlong Ancient Road) หรือถนนโบราณผานหลง ซึ่งคำว่า ผานหลง หมายถึงมังกรที่ขดตัว บางคนจึงเรียกถนนสายนี้ว่า ถนนมังกรเลื้อย เพราะเมื่อมองจากมุมสูง จะเห็นถนนคดเคี้ยวไปตามภูเขา ราวกับมังกรตัวใหญ่กำลังเลื้อยอยู่บนสันเขา ถนนผานหลงตั้งอยู่ในเขตทัชคอร์แกน (Tashkurgan) ทางตอนใต้ของซินเจียง บนที่ราบสูงปามีร์ เป็นถนนภูเขาที่มีระยะทางประมาณ 30–36 กิโลเมตร แต่สิ่งที่ทำให้ถนนสายนี้โด่งดังไปทั่วโลกก็คือ จำนวนโค้งที่มีมากกว่า 600 โค้ง! ใช่ค่ะ อ่านไม่ผิดเอานิ้วมือนิ้วเท้าของทั้งกรุ๊ป มานับยังไม่พอค่ะ อิฉันจิเปงลม โค้งกันจนคนเมารถอาจต้องขอเจรจากับคนขับ เป็นการส่วนตัว 😂 นิลเดินทางมาที่นี่ในช่วงเดือนเมษายน อากาศบนที่สูงยังหนาวเย็นมาก ตอนขึ้นไปยังจุดสูงสุดของเส้นทาง เรายังได้พบกับหิมะ อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 3 องศา ทั้งที่หลายพื้นที่เริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่บนภูเขาแห่งนี้ ฤดูหนาวดูเหมือนจะยังไม่ยอมเก็บกระเป๋ากลับบ้าน หลังจากขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแล้ว เราก็เริ่มเดินทางลงเขาอีกด้าน และนี่แหละค่ะ จุดที่ได้พบกับถนนพับผ้าของจริง!ก่อนมาเราเคยเห็นภาพถนนสายนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่พอได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง ความรู้สึกแรกกลับไม่ใช่ความหวาดเสียวหรือความตื่นเต้นอะไรทั้งนั้น แต่เป็นคำถามว่า…ทำไมพี่จีนไม่ตัดถนนให้มันตรง ๆ ไปเลยล่ะคะ! 🤣 คือดูจากภาพก็ว่าโค้งเยอะแล้ว พอมาเห็นของจริงยิ่งสงสัยว่า ระหว่างออกแบบถนนนี่มีใครเคยเสนอให้ลดจำนวนโค้งกันบ้างไหมแต่พอมาคิดอีกที ก็ต้องยอมรับว่าโค้งเหล่านี้มีเหตุผลของมันค่ะ เพราะการสร้างถนนบนภูเขาสูงชัน ไม่สามารถลากเส้นตรงขึ้นลงได้ตามใจชอบ การทำถนนให้ค่อย ๆ ไต่ระดับไปตามภูเขาช่วยลดความลาดชัน ทำให้รถสามารถขึ้นลงได้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่มากกว่าพูดง่าย ๆ ก็คือ ที่เราเห็นมันคดเคี้ยวขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะวิศวกรอยากให้คนขับฝึกหมุนพวงมาลัย แต่ภูเขามันบังคับให้ต้องออกแบบแบบนี้ต่างหาก 😆 หลายคนที่เห็นภาพถนนผานหลงอาจคิดว่ามันน่าหวาดเสียว บางคนอาจรู้สึกว่าถนนที่มีโค้งมากขนาดนี้ต้องอันตรายแน่ ๆ แต่จากความรู้สึกของนิลที่ได้นั่งรถผ่านจริง ๆ กลับไม่ได้รู้สึกว่าโค้งน่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับถนนขึ้นภูทับเบิกบ้านเรา นิลกลับรู้สึกว่าถนนผานหลงมีจังหวะของโค้งที่ต่างออกไป ระยะทางในแต่ละโค้งค่อนข้างยาว ทำให้รู้สึกว่ามีช่วงให้ได้หายใจหายคอกันมากกว่า ไม่ได้รู้สึกว่ากำลังถูกเหวี่ยงไปมาอยู่ตลอดเวลาอย่างที่จินตนาการไว้ แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่าถนนสายนี้ไม่มีความเสี่ยงนะคะ เพราะนี่คือถนนบนภูเขาสูงกว่า 4,000 เมตร ทั้งความลาดชัน โค้งต่อเนื่อง […] - [TROLLFJORD](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/trollfjord/): TROLLFJORD ฟยอร์ดเล็กที่ไม่ได้เด่นเพราะความใหญ่ แต่เด่นเพราะภูมิประเทศของมัน Trollfjord เป็นฟยอร์ดทางตอนเหนือของนอร์เวย์ อยู่ในพื้นที่ระหว่าง Lofoten และ Vesterålen จุดเด่นของที่นี่ไม่ใช่เรื่องขนาด เพราะตัวฟยอร์ดไม่ได้ยาวมาก แต่สิ่งที่ทำให้คนจำ Trollfjord ได้คือทางเข้าที่แคบประมาณ 100 เมตร และมีภูเขาสูงชันโอบอยู่สองด้าน เวลาเห็นตัวเลข 100 เมตร หลายคนอาจคิดว่าเรือต้องเบียดเข้าไปแบบลุ้น ๆ แต่พออยู่บนเรือจริง เราไม่ได้รู้สึกน่ากลัวขนาดนั้นครับ สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือสัดส่วนระหว่างผืนน้ำกับภูเขาที่อยู่รอบตัว ยิ่งเรือค่อย ๆ เข้าไปด้านใน มุมมองจากทะเลเปิดก็เปลี่ยนเป็นฟยอร์ดที่มีภูเขาสูงขึ้นมาสองข้างเต็มสายตา นี่แหละคือความสนุกของ Trollfjord เพราะมันไม่ใช่สถานที่ที่เรายืนบนจุดชมวิวแล้วมองลงมา แต่เป็นสถานที่ที่ต้องค่อย ๆ แล่นเรือเข้าไป แล้วปล่อยให้ภูมิประเทศเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ รอบตัวเรา 🏔️ ทำไม Trollfjord ถึงดูยิ่งใหญ่กว่าขนาดจริง ภูเขารอบ Trollfjord บางส่วนสูงเกิน 1,000 เมตร พอเอาความสูงระดับนั้นมาวางคู่กับทางน้ำที่ค่อนข้างแคบ ความรู้สึกเวลามองจากบนเรือจึงอลังการกว่าตัวเลขความยาวของฟยอร์ดมาก สิ่งที่เห็นระหว่างทางจะประมาณนี้ 🏔️ ภูเขาสูงชันอยู่ใกล้แนวฟยอร์ด🌊 ผืนน้ำทอดเข้าไปด้านในระหว่างภูเขา❄️ ช่วงอากาศเย็น ยอดเขาหลายลูกเริ่มมีหิมะคลุม☁️ วันที่เมฆต่ำ บรรยากาศจะดูลึกลับไปอีกแบบ📷 มุมมองเปลี่ยนตลอดเวลาตามตำแหน่งของเรือ สำหรับเรา จุดสนุกจึงไม่ได้อยู่ที่ต้องรีบหามุมถ่ายรูปจุดเดียว แต่คือการนั่งดูว่าภาพตรงหน้าจะเปลี่ยนไปอย่างไรตลอดทาง 🌤️ เรามาที่นี่ 3 ช่วง บรรยากาศไม่เหมือนกันเลย เราเคยมาที่แถวนี้ 3 ช่วงครับ — มิถุนายน ปลายเดือนกันยายน และกลางเดือนตุลาคม สรุปแบบคนเคยไป: แต่มีเรื่องหนึ่งที่ปลายกันยายนกับกลางตุลาคมเหมือนกันครับ หนาว โดยเฉพาะตอนเรือวิ่ง เพราะฉะนั้นอย่าดูแค่อุณหภูมิแล้วคิดว่า “ยังไม่ติดลบ น่าจะสบาย” ลมทะเลแถวนี้มีความคิดเห็นของตัวเองครับ 😄 🧥 แต่งตัวแบบไหนดี ถ้ามาช่วงอากาศเย็น เราแนะนำให้เตรียมเสื้อผ้าแบบเป็นชั้น ๆ มากกว่าใส่เสื้อหนาตัวเดียวอย่างน้อยควรมี 🧥 เสื้อกันลมด้านนอก👕 เสื้อชั้นกลางสำหรับเก็บความอบอุ่น🧤 ถุงมือ🧢 หมวกหรือหมวกไหมพรม🧣 ผ้าพันคอหรือ Neck Warmer👟 รองเท้าที่พื้นเกาะดี โดยเฉพาะช่วงอากาศหนาว เพราะเวลานั่งเรือ ถ้าหนาวจนต้องหลบเข้าไปข้างในตลอด เราก็จะเสียโอกาสนั่งดูวิวข้างนอกไปพอสมควร […] - [Narvikfjellet - NARVIK](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/narvikfjellet/): NARVIKFJELLET — ภูเขาเหนือเมือง ที่มองเห็นทั้งฟยอร์ด เมือง และโลกอาร์กติกในภาพเดียว ถ้าพูดถึงนอร์เวย์ตอนเหนือ หลายคนอาจนึกถึง Tromsø หรือ Lofoten ก่อนแต่มีอีกเมืองหนึ่งที่เราอยากพาไปรู้จักให้มากขึ้น นั่นคือ Narvik Narvik เป็นเมืองที่มีภูมิประเทศน่าสนใจมาก ตัวเมืองตั้งอยู่ริม Ofotfjord ขณะที่ด้านหลังเป็นภูเขา Narvikfjellet ซึ่งยกตัวขึ้นจากบริเวณเมือง ทำให้ระยะระหว่าง “เมือง – ฟยอร์ด – ภูเขา” อยู่ใกล้กันมาก และนั่นทำให้วิวจาก Narvikfjellet พิเศษจริง ๆ เมื่อขึ้นไปบนภูเขา สิ่งที่เห็นด้านล่างไม่ใช่แค่หุบเขาหรือหมู่บ้านเล็ก ๆ แต่เป็นทั้ง เมือง Narvik ท่าเรือ Ofotfjord และแนวภูเขาของ Northern Norway ที่ทอดต่อออกไปไกล ในฤดูหนาว ภูเขารอบเมืองถูกปกคลุมด้วยหิมะ ขณะที่ผืนน้ำของฟยอร์ดยังคงอยู่เบื้องล่าง เป็นภาพของ Arctic Norway ที่มีทั้งเมือง ธรรมชาติ และทะเลอยู่ด้วยกัน ไม่เล่นสกี ก็ขึ้น Narvikfjellet ได้ Narvikfjellet เป็นหนึ่งในพื้นที่เล่นสกีสำคัญของนอร์เวย์ตอนเหนือ มีทั้งลานสกี เส้นทางสำหรับผู้เล่นหลายระดับ รวมถึง Freeride และพื้นที่บนภูเขาที่ใช้สำหรับกีฬาฤดูหนาว แต่ที่นี่ไม่ได้มีไว้สำหรับคนเล่นสกีเท่านั้น คนทั่วไปสามารถขึ้นกระเช้าไปบนภูเขาเพื่อชมวิว ใช้เวลาเดินเล่น นั่งพัก หรือรับประทานอาหารที่ Mountain Restaurant ด้านบนได้ ดังนั้นต่อให้ไม่เคยใส่รองเท้าสกีมาก่อน Narvikfjellet ก็ยังเป็นหนึ่งในจุดที่ควรขึ้นไปเมื่อมาถึง Narvikเพราะเพียงแค่วิวจากด้านบนก็คุ้มแล้ว สนามระดับโลกของปี 2029 อีกเรื่องที่ทำให้ Narvikfjellet ถูกจับตามองมากขึ้น คือ Narvik ได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ FIS Alpine World Ski Championships 2029 การแข่งขันมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–25 กุมภาพันธ์ 2029 นี่ไม่ใช่การแข่งขัน Olympic Games แต่เป็นการแข่งขันชิงแชมป์โลกของกีฬาสกีอัลไพน์รายการสำคัญของ FIS และเป็นหนึ่งในมหกรรมกีฬาฤดูหนาวระดับใหญ่ของโลก เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการแข่งขัน […] - [Omaki Onsen โอมากิออนเซ็น](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/omaki-onsen-%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%87%e0%b8%99/): Omaki Onsen โอมากิออนเซ็น “สวรรค์ของคนรักออนเซ็น ท่ามกลางหุบเขาและทะเลสาบ” สวัสดีค่ะ วันนี้ Ammy จะพาทุกท่านไปรู้จัก ออนเซ็นลึกลับ ที่อยู่กลางหุบเขาและทะเลสาบกันค่ะ ที่ว่าลึกลับเพราะจะต้อง นั่งเรือเข้าไปเท่านั้น ซึ่งที่นี่จะมีโรงแรมขนาดเล็กสไตล์เรียวกังไว้บริการให้คนที่ต้องการมาแช่ออนเซ็นเข้าพักด้วยค่ะ ที่นี่ต้องบอกก่อนเลยจองยากมากเนื่องจากเป็นอีกสถานที่ ที่คนญี่ปุ่นก็อยากมาสัมผัสกัน และจำนวนห้องพักมีจำนวนไม่มาก แต่ละวันรองรับได้แค่ประมาณ 40 คนเท่านั้น ค่ะ แอมมี่เองมีโอกาสได้ไปสัมผัสแล้ว บอกได้เลยว่าประทับใจสุด ๆ อยากจะพาทุกท่านไปสัมผัสด้วยกัน โอมากิออนเซ็นนี้ อยู่จังหวัดโทยามะ เป็นออนเซ็นที่ลึกลับ น่าค้นหา เพราะตั้งอยู่ในเส้นทางล่องเรือสำราญทะเลสาบหุบเขาโวงะวะ ผู้ที่สนใจมาพักจะต้องลงเรือท่าเรือโคะมากิ มายังท่าเรือโอมากิออนเซ็น ใช้เวลาประมาณ 30 นาที สำหรับผู้ที่ไม่ได้มาพักก็จะนั่งเรือร่องกลับไปยังท่าเรือต้นทาง แต่ไหน ๆ ก็มาแล้วขอแนะนำให้มาพักและลองมาแช่บ่อออนเซ็นธรรมชาติที่นี่กันสักครั้งนะคะ รับรองว่าประทับใจอย่างแน่นอนค่ะ แค่นั่งเรือเข้ามายังโรงแรมชมธรรมชาติสวย ๆ ที่รายล้อมไปด้วยหุบเขาที่มีหิมะปกคลุม ก็ไม่สามารถหยุดมอง และหยิบกล้องออกมาถ่ายรูปกันรัว ๆ เลยค่ะ ที่ออนเซ็นแห่งนี้จะได้เพลิดเพลิน ผ่อนคลายไปกับการลงแช่ออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติ ฟังเสียงน้ำไหลของแม่น้ำโซงะ ยิ่งถ้าเป็นช่วงหิมะตกลงมาด้วยแล้วที่นี่คือสวรรค์ชัด ๆ ออนเซ็นแห่งนี้ผุดขึ้นมาจากริมฝั่งแม่น้ำ Shogawa เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1183 ถือว่ายาวนานมาก สำหรับลูกค้าที่มาพักที่นี่ ทางโรงแรมจะเตรียมอาหารมื้อเย็นและ มื้อเช้าให้ ซึ่งอาหารของที่นี่เลือกใช้แต่วัตถุดิบดี ๆ อร่อยมากค่ะ เล่ามาถึงขนาดนี้ คิดว่าทุกท่านคงอยากไปสัมผัสเสน่ห์ของออนเซ็นแห่งนี้กันแล้ว ใครอยากไปขอเชิญชวนให้เดินทางไปกับ เที่ยวสุขใจ นะคะ จะพาทุกท่านไปสัมผัสโอมากิออนเซ็นที่ลึกลับและน่าค้นหาที่สุดค่ะ ไม่ว่าจะเดินทางไปยากขนาดไหน แต่พวกเราทีมงานเที่ยวสุขใจสามารถพาทุกท่านออกเดินทางไปยังสถานที่แห่งนั้นได้อย่างแน่นอนค่ะ ครั้งหน้าติดตามกันนะคะ ว่าแอมมี่จะพาทุกท่านไปเที่ยวสถานที่ใด แต่บอกก่อนเลยไปกับแอมมี่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนค่ะ - [The Journey of a Thousand Miles](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/the-journey-of-a-thousand-miles/): The Journey of a Thousand Miles ผจญภัยในยูนนาน : หุบเขาพันลี้และสถานที่น่าเที่ยว The Journey of a Thousand Miles ยูนนาน (Yunnan) เป็นมณฑลทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างมาก พื้นที่ส่วนใหญ่ของยูนนานเป็นภูเขาและที่ราบสูง มีทิวทัศน์ที่งดงามตั้งแต่ภูเขาหิมะ ทะเลสาบใสสะอาด ไปจนถึงป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ คุนหมิง (Kunming) เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิที่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี คุนหมิงเป็นจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบสำหรับการสำรวจยูนนาน เมืองนี้เต็มไปด้วยสวนสาธารณะและดอกไม้บานสะพรั่งตลอดเวลา อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นอย่าง ป่าหิน (Stone Forest) ที่มีภูเขาหินรูปร่างแปลกตาและมีความสำคัญทางธรณีวิทยา ต้าหลี่ (Dali) เมืองโบราณที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และประวัติศาสตร์ เป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมไป๋ (Bai) ที่นี่คุณสามารถสำรวจ กำแพงเมืองโบราณ และสัมผัสบรรยากาศสงบสุขของชาวบ้านได้ นอกจากนี้ยังมี ทะเลสาบเอ๋อไห่ (Erhai Lake) ที่เหมาะสำหรับการล่องเรือชมวิวทิวทัศน์อันงดงามที่ล้อมรอบด้วยภูเขา แชงกรีล่า (Shangri-La) ดินแดนแห่งความฝันที่ตั้งอยู่สูงเสียดฟ้า โดดเด่นด้วยทิวทัศน์อันสวยงาม เช่น ภูเขาหิมะหยก (Jade Dragon Snow Mountain) และทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ วัฒนธรรมทิเบตในพื้นที่นี้ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอารามหรือวิถีชีวิตของชาวทิเบตที่มีเอกลักษณ์ ลี่เจียง (Lijiang) เมืองเก่าที่สวยงามและได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก ลี่เจียงมีเสน่ห์ด้วยตรอกซอกซอยเล็กๆ คลองน้ำใส และบ้านเรือนสไตล์น่าซี (Naxi) ที่คงความเป็นเอกลักษณ์ไว้ ทิวทัศน์จาก ภูเขาหิมะหยก ที่สามารถมองเห็นจากเมืองเก่าเป็นภาพที่งดงามและตราตรึงใจ ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ “ยูนนาน” กับทริป 𝑻𝒉𝒆 𝑱𝒐𝒖𝒓𝒏𝒆𝒚 𝒐𝒇 𝒂 𝑻𝒉𝒐𝒖𝒔𝒂𝒏𝒅 𝑴𝒊𝒍𝒆𝒔 ที่จะพาคุณไปสัมผัสทุกมุมมองของดินแดนแห่งนี้มาร่วมเดินทางครั้งใหม่ไปกับเรา - [โจซังเค หุบเขาเจ้า เสน่ห์แห่งฮอกไกโด ที่เที่ยวสวยทุกฤดู](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/jozankei-valley-the-charm-of-hokkaido/): โจซังเค หุบเขาเจ้า เสน่ห์แห่งฮอกไกโด ที่เที่ยวสวยทุกฤดู โจซังเคในหนึ่งวัน ล่องแคนูกลางหุบเขา แล้วไปย่างเนื้อใต้เงาภูเขาฮักเค็นซัง ล่องแคนูบนแม่น้ำโทโยฮิระ เช้าในโจซังเคเริ่มต้นแบบเบา ๆ ด้วยกิจกรรมการพายเรือแคนูบนแม่น้ำ โทโยฮิระ ไม่ได้เร่ง ไม่ได้แรง แต่ละพายค่อย ๆ พาเราไหลไปตามทางน้ำที่โอบล้อมด้วยภูเขาและต้นไม้ น้ำใสและเย็นจัดจนรู้สึกสดชื่นตั้งแต่ครั้งแรกที่จุ่มมือลงไป สองฝั่งแม่น้ำมีภูเขาสูงล้อมรอบ มองไปทางไหนก็อลังการ ยิ่งถ้าไปใน ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หรือแม้แต่ หน้าร้อน ก็จะได้เห็นสีเขียวสดขับกับท้องฟ้า และ สะพานแขวนสีแดงสด ที่เป็นเอกลักษณ์ของโจซังเค ก็กลายเป็นจุดเด่นของวิวที่ยากจะละสายตา หลังจากลอยใจไปกับสายน้ำ ก็ถึงเวลาปลุกต่อมกินให้ตื่น เราเดินทางต่อไปยังเชิงเขา ฮักเค็นซัง (Mt. Hakkenzan) ที่มีร้านเล็ก ๆ ซ่อนตัวอยู่ในสวนกลางธรรมชาติ หลังจากลอยใจไปกับสายน้ำ ก็ถึงเวลาปลุกต่อมกินให้ตื่น เราเดินทางต่อไปยังเชิงเขา ฮักเค็นซัง (Mt. Hakkenzan) ที่มีร้านเล็ก ๆ ซ่อนตัวอยู่ในสวนกลางธรรมชาติ Hakkenzan BBQ House คือความอบอุ่นในแบบฮอกไกโดแท้ ๆ ไม่มีอะไรหรูหรา มีแค่เตาย่าง เนื้อสด ผักจากสวน และกลิ่นหอมที่ลอยมาตั้งแต่ลานจอดรถ สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษไม่ใช่แค่บรรยากาศ แต่คือ รสชาติ ที่มาจากวัตถุดิบสดใหม่ที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน ทั้งเนื้อวัว ไก่ หรือหมู ย่างบนเตาร้อน ๆ แล้วจิบเบียร์เย็น ๆ ไปด้วย บอกเลยว่าเข้ากันแบบไม่มีที่ไหนเทียบได้ หากคุณมาช่วงเดือน พฤษภาคม ก็ยิ่งพิเศษ เพราะที่นี่จะเต็มไปด้วย ดอกเชอรี่และดอกแอปเปิ้ลบานสะพรั่งทั่วสวน ให้ทั้งกลิ่นหอมและภาพถ่ายสวย ๆ เคียงคู่กับจาน BBQ ที่อร่อยที่สุดมื้อนึงในทริป - [ตะลุยกิน ฟินกระจาย!! ชิม “โซบะต้นหอมยักษ์” เมืองเก่าหมู่บ้านโออุจิจูคุ](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/giant-green-onion-soba/): ตะลุยกิน ฟินกระจาย!! ชิม “โซบะต้นหอมยักษ์” เมืองเก่าหมู่บ้านโออุจิจูคุ เมื่อเดินทางมาถึง หมู่บ้านโออุจิจูคุ ก็ต้องไม่พลาดที่จะไปทานเมนูขึ้นชื่ออย่าง “โซบะต้นหอมยักษ์” หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า “เนงิโซบะ” โดยวิธีกินโซบะของที่นี่จะแตกต่างไม่เหมือนกับที่ไหน เพราะต้องใช้ต้นหอมแทนตะเกียบ! โดยการทานที่ถูกต้องก็คือต้องกัดต้นหอมไปพร้อมกับการทานเส้นโซบะที่เหนียวนุ่ม พร้อมกับซดน้ำซุปร้อนๆ รสชาติหวานนิดๆ เค็มหน่อยๆ กลมกล่อมกำลังดีเลยทีเดียว ยิ่งเสิร์ฟพร้อมกับ ปลาย่างกับหัวไชเท้าขูด ช่วยเสริมให้รสชาติของโซบะอร่อยเพิ่มขึ้นไปอีก หรือถ้าใครไม่สะดวกที่จะใช้ต้นหอมก็สามารถใช้ตะเกียบทานได้ตามปกติ แต่ถ้ามาถึงเที่ยวหมู่บ้านโออุจิจูคุทั้งที แนะนำให้ลองทานแบบคนที่นี่สักหน่อย คอมเฟิร์มว่าอร่อยฟินจนอยากสั่งเพิ่มอีกถ้วยแน่นอน! ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนเก่าที่ยังมุงหลังคาฟางมากมาย และด้วยสภาพแวดล้อมของหมู่บ้านที่โอบล้อมไปด้วยภูเขา กับลำธารใสสะอาดที่ไหลผ่านหมู่บ้าน ทำให้รู้สึกราวกับว่ากำลังเดินทางย้อนไปใน ยุคเอโดะ เลยทีเดียว เพราะเส้นทางแถบนี้เป็นเสมือนถนนหลักของการคมนาคมและการค้าที่สำคัญ นอกจากนี้ยังเคยถูกใช้เป็นจุดพักผ่อนของเหล่าซามูไร และนักเดินทางมากมายเมื่อครั้งอดีต อยากชวนทุกท่านลองมาสัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจแบบนี้กับเรา “เที่ยวสุขใจ” ได้ทั้งทานของอร่อยแบบฟินๆ แล้วยังได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่นโบราณที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน - [“ดอยอินทนนท์” รู้จักแล้วจะรักเอง…](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/doi-inthanon-once-you-get-to-know-it-youll-fall-in-love/): “ดอยอินทนนท์” รู้จักแล้วจะรักเอง… ดอยอินทนนท์สวย เมื่อปลายฝนเข้าต้นหนาว เป็นคำกล่าวของบรรดาผู้ผ่านทางมาท่องเที่ยว ณ สถานอันวิเศษสุดเหล่านี้ เมื่อใบหญ้าเป็นสีเขียวสด สายลมพัดพาความหอมคล้ายกลิ่นจากสวนสวรรค์ ต้นไม้ รวมถึงพืชผัก แมลง ผีเสื้อ ร่วมกันโอบกอดกับละอองหยดน้ำผ่านแดดอ่อนในอากาศ ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณบอกว่า ฤดูแห่งความสุข กำลังคืบคลานเข้ามาปกคลุมยอดดอยที่สูงสุดในประเทศอีกครั้ง รอให้นักท่องเที่ยวมาตักตวงบรรยากาศและความสุขอย่างไม่มีขอบเขต เท่าที่หัวใจและจิตวิญญาณคุณสามารถนำเอาไปได้ จากดอยอินทนนท์ สำหรับหลายคน อินทนนท์ ไม่ได้เป็นแค่เพียงภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ แต่เป็นดินแดนที่บรรจุไปด้วย “ความหลากหลายของชีวิต” อินทนนท์มีภูมิทัศน์โดยรอบสวยงาม อากาศดี และหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติและน้ำตกหลายสาย มีสัตว์ป่าและพันธุ์พืชหาชมยากมากมาย มีความเป็นพหุวัฒนธรรมของคนหลายชนเผ่า มีอาหารเลิศรส มีศิลปวัฒนธรรมของเหล่าศิลปินทุกสาขาอาชีพ นั่นรวมไปถึงงานศิลปะชั้นเลิศทางการเกษตรของพี่น้องชาวไทยภูเขา เช่น นาข้าวขั้นบันได แปลงดอกไม้ที่เปล่งแสงสว่างสดใส เคียงคู่กับดาวน้อยใหญ่บนท้องฟ้ายามราตรี สีแดงของใบเมเปิ้ลตัดกับสีฟ้าของท้องนภา เหนืออื่นใด เราจะได้เรียนรู้พระราชกรณียกิจมากมายของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระองค์ทรงงานเพื่อพี่น้องชาวไทยภูเขา และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ในท้ายที่สุดแล้ว คุณจะหลงรัก “อินทนนท์” อย่างที่เราหลงใหลอินทนนท์ ยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย - [ตลาดเช้ามิยางาวะ](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0/): ตลาดเช้ามิยางาวะ เมื่อเดินทางมายัง “เมืองทาคายามา” ดินแดนในอ้อมกอดแห่งเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น ก็ได้สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นโบราณราวกับได้เดินทางย้อนไปยังสมัยเอโดะ ท่ามกลางตึกรามบ้านช่องที่ยังคงอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี ทำให้ที่นี่มีเสน่ห์ไม่เหมือนกับที่ไหน ๆ พอเดินเล่นเมืองเราก็จะได้พบกับร้านสาเกเจ้าดัง หรือจะเดินช้อปปิ้ง ชิมอาหารท้องถิ่น ก็มีให้เลือกมากมายเลยล่ะค่ะ แต่ถ้าจะให้แนะนำก็คงหนีไม่พ้นตลาดยามเช้าของเมืองทาคายามะ ตลาดท้องถิ่นขนาดเล็กที่มีของให้ได้เลือกซื้อมากมายแถมที่สำคัญราคาไม่แพงอีกด้วย “ตลาดเช้ามิยางาวะ” เป็น 1 ใน 2 ของตลาดเช้าแห่งเมืองทาคายามา อยู่บริเวณแม่น้ำมิยางาวะ ที่ว่ากันว่าตั้งมาตั้งแต่สมัยเอโดะ หรือราว 200 ปีก่อน ปัจจุบันมีร้านค้ากว่า 60 ร้าน ตั้งเรียงรายกันตามแนวแม่น้ำมิยางาวะ เมื่อเดินเข้าไปจะพบกับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ตามฤดูกาล ซึ่งแน่นอนว่าฤดูกาลนี้ก็คงหนีไม่พ้นแอปเปิ้ลกรอบๆ ฉ่ำๆ หรือหากมีเวลาจะเดินเลือกซื้ออาหารแปรรูปมากมายไปฝากคนทางบ้านก็ได้นะคะ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมอย่าง ซารุโบะ และงานแกะสลักไม้ให้ได้ซื้อเก็บไปเป็นที่ระลึกว่าเคยเดินทางมายังทาคายามะ แต่ที่ห้ามพลาดเลยหากได้มาเดินตลาดในยามเช้าแบบนี้ก็คือ ซาลาเปาเนื้อฮิดะ และ เนื้อฮิดะเสียบไม้ย่าง ที่ส่งกลิ่นหอมอบอวนเมื่อเดินผ่าน จนใครๆ ต่างก็ต้องมาแวะลิ้มลองกัน มาถึงถิ่นเนื้อฮิดะขึ้นชื่อแบบนี้ทั้งทีต้องไม่พลาดแน่นอนค่ะ เนื้อซาลาเปานุ่มๆ พร้อมกับเนื้อฮิดะรสเด็ด บอกได้เลยว่าถ้าสำหรับสายเนื้อถือว่าเป็นซาลาเปาที่อร่อยถูกใจแน่นอน หากอยากสัมผัสบรรยากาศยามเช้าตรู่แบบนี้ ก็ขอแนะนำ “ตลาดเช้ามิยางาวะ” อีกหนึ่งสถานที่ที่ทำให้ได้มาสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมและพบปะคนท้องถิ่น หรือรอยยิ้มของเหล่าพ่อค้าแม่ค้า รับรองเลยว่าประทับใจไม่ลืมแน่นอนค่ะ พิกัด : Shimosannomachi Takayama, Gifu 506-0841 เวลาเปิด/ปิด : 06.00 – 12.00 น. (ช่วงเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม เปิดตั้งแต่ 07.00 น.) การเดินทาง : เดินจากสถานี JR Takayama ประมาณ 10 นาที - [เที่ยวญี่ปุ่นสุดฟิน เจาะลึก “ภูมิภาคชูบุ”](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/enjoy-a-fantastic-trip-to-japan-an-in-depth-look-at-the-chubu-region/): เที่ยวญี่ปุ่นสุดฟิน เจาะลึก “ภูมิภาคชูบุ” เมื่อเดินทางมาถึง “ภูมิภาคชูบุ” ภูมิภาคตอนกลางของเกาะฮอนชู จะเห็นได้ว่าที่นี่มีทัศนียภาพที่รายล้อมไปด้วย ธรรมชาติ ภูเขา ทะเล และ วัฒนธรรมที่โดดเด่น ยิ่งเข้าสู่ฤดูกาลของ ใบไม้ร่วง ทำให้เมืองถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันของเหล่าใบไม้ สีแดง สีเหลือง สีเขียว สลับกันไป ตัดกับภาพท้องฟ้าสีครามในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ด้วยความโดดเด่นของตึกรามบ้านช่องอันเป็นเอกลักษณ์ วันแรกของทริปก็ต้องออกเดินทางไปที่ “เมืองอินุยามะ” เยือนปราสาทเก่าแก่ 1 ใน 12 ปราสาทของญี่ปุ่นดั้งเดิม ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำคิโสะ หอคอยสูง 15 เมตรสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของเมืองได้จากชั้น 4 ของปราสาท นับว่าเป็นที่ที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว หลังจากชมวิวมุมสูงก็มาเดินเล่นเพลินๆ ที่ “ย่านเมืองเก่าอินุยามะ” สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นสมัยเอโดะ มาย่านเมืองเก่าทั้งทีก็ต้องไม่พลาดที่จะใส่ชุดยูกาตะสวมบทบาทเป็นชาวญี่ปุ่นกันสักหน่อย ย่านนี้รายล้อมไปด้วยบ้านเรือนไม้เก่าแก่ และร้านค้า ร้านอาหารมากมาย และที่พลาดไม่ได้เลยคือทานมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารท้องถิ่น ลิ้มรส “โซบะชาเขียว” ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับ เต้าหู้ 7 แบบ ที่ทานคู่กับโซบะแล้วมีรสชาติเข้ากันได้อย่างลงตัว หลังจากทานจนอิ่มและเดินเที่ยวจนจุใจแล้ว ก็แวะเช็คอินโรงแรมพักผ่อนให้หายเหนื่อยกันสักหน่อย ก่อนแวะไปชมความงามของ ไฟประดับสุดตระการตา ที่ “สวนดอกไม้นาบานะโนะซาโตะ” ในยามค่ำคืน ออกเดินทางไปชมใบไม้เปลี่ยนสีกันต่อที่ “หมู่บ้านชิราคาวาโกะ” หมู่บ้านโบราณที่เป็นย่านการค้าและที่พักแรมของเหล่าซามูไรในสมัยเอโดะ แม้ว่าจะผ่านมานาน 200 กว่าปี หมู่บ้านแห่งนี้ก็ยังคงรักษาความงามของบ้านเรือนไว้ ยิ่งรายล้อมด้วยหมู่ใบไม้เปลี่ยนสี ยิ่งทำให้ที่นี่สวยงามขึ้นไปอีก ถ้าได้ไปแล้วรับรองว่าต้องประทับใจอย่างแน่นอน ก่อนเดินทางไปแช่ออนเซ็นที่โรงแรมก็ต้องแวะเที่ยวเมืองเก่าอีกแห่งที่โด่งดังไม่แพ้กันอย่าง “เมืองเก่าทาคายาม่า” ดินแดนท่ามกลางอ้อมกอดแห่งเทือกเขาแอลป์ของญี่ปุ่น หากใครชอบกลิ่นอายเก่าๆ ของเมืองโบราณและบรรยากาศแสนวินเทจ แนะนำให้มาที่นี่เลยค่ะ เดินทางต่อไปไม่ไกลนักเราก็ได้ดื่มด่ำกับความงามของเทือกเขาแอลป์ต่อที่ “ปราสาทมัตสึโมโตะ” ซึ่งถือได้ว่าเป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น และ สมบัติประจำชาติ โดยชั้นบนสุดของปราสาทสามารถชมทิวทัศน์ของเมืองมัตสึโมโตะได้อย่างสุดลูกหูลูกตา และที่พลาดไม่ได้เลยเมื่อมาถึงญี่ปุ่นนั่นก็คือการเดินทางไปชมความงามของ ภูเขาไฟฟูจิ ในฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสี เลยต้องขอแวะเช็คอินสถานที่รอบๆ ฟูจิกันหน่อย ไม่ว่าจะเป็น 1 ใน 5 ทะเลสาบอย่าง ทะเลสาบคาวากุจิโกะ สวมชุดกิโมโนสัมผัสความเป็นญี่ปุ่นที่ “หมู่บ้านอิยาชิโนะซาโตะ” ดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ “หมู่บ้านน้ำใสโอชิโนะฮักไก” เช็คอินแลนด์มาร์กอย่าง “เจดีย์แดงชูเรโตะ” กับ “มิชิมะ สกายวอล์ค” โชคดีสุดๆ […] - [ใบไม้เปลี่ยนสีที่ “โทโฮคุ”](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/autumn-foliage-in-tohoku/): ใบไม้เปลี่ยนสีที่ “โทโฮคุ” เมื่อขุนเขา เมืองเก่า และวิถีชนบทถูกแต่งแต้มด้วยสีแดง ส้ม และทอง เมื่อโทโฮคุเปลี่ยนทั้งภูเขาให้เป็นสีของฤดูใบไม้ร่วงเมื่อโทโฮคุเปลี่ยนทั้งภูเขาให้เป็นสีของฤดูใบไม้ร่วง โทโฮคุ คือภูมิภาคทางตอนเหนือของเกาะฮอนชูที่มีเสน่ห์ต่างจากเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นอย่างชัดเจน ที่นี่มีทั้งภูเขา ป่า ทะเลสาบ เมืองเก่า วัด ศาลเจ้า หมู่บ้าน และชุมชนที่ยังคงจังหวะชีวิตเรียบง่ายไว้ได้อย่างน่าหลงใหล และเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ภูมิประเทศเหล่านี้จะค่อย ๆ เปลี่ยนสีจากเขียวเป็นเหลือง ส้ม แดง และน้ำตาล จนเกิดเป็นภาพธรรมชาติที่ดูเหมือนถูกแต่งแต้มด้วยพู่กันทีละชั้น ความพิเศษของการชมใบไม้เปลี่ยนสีในโทโฮคุอยู่ที่ความหลากหลายของระดับความสูงและสภาพภูมิประเทศ สีสันจึงไม่ได้เปลี่ยนพร้อมกันทั้งหมด แต่ค่อย ๆ ไล่จากพื้นที่ภูเขาลงมาสู่เมืองและหุบเขา ทำให้การเดินทางในช่วงนี้มีบรรยากาศแตกต่างกันไปในแต่ละวัน และทุกเส้นทางก็มีฉากของฤดูใบไม้ร่วงรออยู่เสมอ ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ แต่ยังคงความสงบ เสน่ห์ของโทโฮคุไม่ได้อยู่ที่สีของใบไม้เพียงอย่างเดียว แต่คือความรู้สึกกว้าง สงบ และเป็นธรรมชาติของสถานที่รอบตัว ระหว่างการเดินทาง เราอาจพบทะเลสาบที่สะท้อนสีของป่า ภูเขาที่ปกคลุมด้วยเฉดสีอบอุ่น หุบเขาที่มีสายน้ำไหลผ่าน หรือทุ่งกว้างที่เปลี่ยนอารมณ์ไปตามแสงของวัน บางครั้งความสวยที่สุดอาจไม่ใช่จุดชมวิวชื่อดัง แต่เป็นช่วงเวลาระหว่างทาง เช่น ใบเมเปิลสีแดงริมถนน แสงเย็นที่ตกกระทบยอดเขา หรือเงาสะท้อนของต้นไม้บนผิวน้ำ ความรู้สึกแบบนี้ทำให้การเที่ยวโทโฮคุในฤดูใบไม้ร่วงเหมาะกับการค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ มอง และปล่อยให้ธรรมชาติเป็นผู้เล่าเรื่อง เมืองเก่า วัด และร่องรอยของประวัติศาสตร์ ท่ามกลางสีสันของฤดูใบไม้ร่วง โทโฮคุยังพาเราไปพบอีกด้านของญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ทั้งปราสาท อาคารเก่า วัด ศาลเจ้า และแหล่งวัฒนธรรมที่กระจายอยู่ตามเมืองต่าง ๆ เมื่อมีใบไม้สีแดงและสีทองเข้ามาเป็นฉากหลัง สถานที่เหล่านี้ยิ่งให้บรรยากาศสงบ ขรึม และมีเสน่ห์มากขึ้น การเดินเข้าไปในวัดไม้เก่า ฟังเสียงฝีเท้าบนพื้น หรือมองเห็นหลังคาอาคารโบราณผ่านกิ่งเมเปิล เป็นประสบการณ์ที่ต่างจากการเที่ยวเมืองสมัยใหม่ เพราะทำให้เราเห็นว่าความงามของโทโฮคุไม่ได้เกิดจากธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเกิดจากการที่ผู้คนรักษาพื้นที่ ประเพณี และความทรงจำของเมืองเอาไว้ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน รสชาติของฤดูใบไม้ร่วง การเดินทางในโทโฮคุจะสมบูรณ์ขึ้นเมื่อได้รู้จักอาหารและวัตถุดิบของท้องถิ่น ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่ผลผลิตหลายชนิดมีรสชาติดี ทั้งข้าวใหม่ ผัก ผลไม้ เห็ด อาหารจากภูเขา รวมถึงอาหารทะเลจากชายฝั่ง แต่ละเมืองจึงมีเมนูที่สะท้อนภูมิประเทศและวิถีชีวิตของตนเองอย่างชัดเจน นอกจากอาหารตามร้านแล้ว สิ่งที่น่าสนุกคือการได้เห็นขั้นตอนการทำ การปรุง หรือการผลิตวัตถุดิบแบบท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นข้าว สาเก ผลไม้ หรือผลิตภัณฑ์ที่สืบทอดจากชุมชน การได้ชิมอาหารระหว่างทางจึงไม่ใช่เพียงการพักจากการเที่ยว แต่เป็นอีกวิธีหนึ่งในการทำความรู้จักภูมิภาคนี้ผ่านกลิ่น รส […] - [สัมผัสเสน่ห์ของ สวีเดน และ นอร์เวย์](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/experience-the-charm-of-sweden-and-norway/): สัมผัสเสน่ห์ของ สวีเดน และ นอร์เวย์ บันทึกความประทับใจจากการเดินทางสู่สแกนดิเนเวีย สองประเทศ • หนึ่งการเดินทาง • และความทรงจำที่อยากเก็บไว้นานที่สุด เปิดประสบการณ์ครั้งแรกของเที่ยวสุขใจ ทริปนี้เป็นทริปแรกที่ ‘เที่ยวสุขใจ’ ได้พาเพื่อน ๆ ไปไกลถึงสวีเดนและนอร์เวย์ ต้องขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้ใจ และมาร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ไปด้วยกันนะคะ ทริปนี้เต็มไปด้วยโมเมนต์ดี ๆ ที่เราอยากจะแบ่งปันภาพความประทับใจสุด ๆ ใครพร้อมแล้วไปชมกันเลย 01 สต็อกโฮล์ม เมืองหลวงสวีเดน ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเทพนิยาย Stockholm • Sweden เริ่มต้นกันที่เมือง สต็อกโฮล์ม ที่เปรียบเสมือนศูนย์รวมของสถาปัตยกรรมเก่าแก่และธรรมชาติที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว การเดินเล่นในเขตเมืองเก่า Gamla Stan ทำให้เรารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยาย… Stockholm คือบทเปิดของการเดินทางที่ทำให้เราเริ่มหลงรักสแกนดิเนเวียตั้งแต่วันแรก 02 ชมเรือรบหลวงวาซา ณ Vasa Museum Vasa Museum • Stockholm พิพิธภัณฑ์ Vasa Museum เป็นอีกหนึ่งจุดหมายในสต็อกโฮล์มที่ไม่ควรพลาด ที่นี่จัดแสดง เรือรบหลวงวาซา ที่จมลงตั้งแต่ปี ค.ศ. 1628 แต่ถูกกู้ขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ. 1961… 03 ตะลุยเมืองด้วยรถบัสสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก Amphibious Bus • Stockholm สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่กับการนั่ง รถบัสสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก (Amphibious Bus)… ไฮไลต์ของทัวร์คือช่วงที่รถบัสแล่นลงน้ำ 04 คิรูน่า และสัมผัสความมหัศจรรย์แห่ง Ice Hotel Kiruna • Swedish Lapland จากสต็อกโฮล์ม เรามุ่งหน้าขึ้นเหนือสู่ คิรูน่า (Kiruna) เสน่ห์ของดินแดนขั้วโลก… และ Glass Igloos ที่เราสามารถนอนชมท้องฟ้ายามค่ำคืน จากเมืองใหญ่สู่ดินแดนขั้วโลก — ความงามของทริปนี้เปลี่ยนอารมณ์ไปทุกครั้งที่เราเดินทางต่อ 05 สัมผัสธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติอาบิสโก้ Abisko National Park จากคิรูน่า เราเดินทางต่อไปยัง […] - [สัมผัสดินแดนแห่งภูเขาไฟฟูจิ](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/experience-the-land-of-mount-fuji/): เมื่อ “เจ้าภูเขาขี้อาย” เผยโฉมท่ามกลางสีสันของฤดูใบไม้ร่วง สัมผัสดินแดนแห่งภูเขาไฟฟูจิ AUTUMN IN YAMANASHI วันที่ฟูจิไม่ขี้อาย การเดินทางมายังจังหวัดยามานาชิครั้งนี้ มีจุดหมายสำคัญคือการมาชมภูเขาไฟฟูจิ แลนด์มาร์คอันเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นที่หลายคนเรียกกันอย่างน่ารักว่า “เจ้าภูเขาขี้อาย” แต่ครั้งนี้โชคดีเป็นพิเศษ เพราะฟูจิปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ท่ามกลางบรรยากาศของใบไม้ที่กำลังผลัดเปลี่ยนเป็นสีแดงและสีเหลือง เติมสีสันให้ทิวทัศน์ตรงหน้าสวยงามยิ่งขึ้น บางครั้งความประทับใจของการเดินทาง ก็เริ่มจากการที่ธรรมชาติยอมเปิดม่านให้เราได้เห็นเพียงไม่กี่นาที โอชิโนะฮักไก · หมู่บ้านน้ำศักดิ์สิทธิ์ สถานที่แรกที่เราไปยลโฉมภูเขาไฟฟูจิคือ “โอชิโนะฮักไก” หมู่บ้านเล็ก ๆ ในจังหวัดยามานาชิที่มีบ่อน้ำใสสะอาดถึง 8 บ่อ น้ำในบ่อเกิดจากน้ำใต้ดินที่ไหลผ่านชั้นหินภูเขาไฟ จนใสสะอาดและมองเห็นปลาที่แหวกว่ายอยู่ด้านล่างอย่างชัดเจน บรรยากาศรอบหมู่บ้านสงบและเป็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม มองเห็นภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลังได้ในวันที่อากาศเปิด และยังมีความเชื่อเกี่ยวกับน้ำบริสุทธิ์จากฟูจิซึ่งทำให้สถานที่แห่งนี้ยิ่งมีเสน่ห์สำหรับนักเดินทาง KAWAGUCHIKO ทะเลสาบคาวากุจิโกะ · ฟูจิในมุมที่กว้างขึ้น จากหมู่บ้านโอชิโนะฮักไก เราเดินทางต่อมายังทะเลสาบคาวากุจิโกะ หนึ่งในทะเลสาบทั้งห้าที่รายล้อมภูเขาไฟฟูจิ และเป็นหนึ่งในจุดชมวิวฟูจิที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เมื่อท้องฟ้าเปิด ภูเขาไฟฟูจิจะปรากฏเด่นอยู่เหนือผืนน้ำกว้าง สีฟ้าของทะเลสาบตัดกับยอดภูเขาที่สงบและมั่นคง ขณะที่สีส้ม แดง และเหลืองของฤดูใบไม้ร่วงช่วยเติมความอบอุ่นให้กับภาพตรงหน้า ภูเขาไฟฟูจิอาจเป็นภาพเดิม แต่แสง อากาศ และฤดูกาล ทำให้ทุกครั้งที่มองเห็นไม่เคยเหมือนเดิม IYASHI NO SATO ย้อนบรรยากาศญี่ปุ่นโบราณที่อิยาชิโนซาโตะ ไม่ไกลจากทะเลสาบคาวากุจิโกะคือหมู่บ้านอิยาชิโนซาโตะ หมู่บ้านที่ถูกโอบล้อมด้วยเนินเขาและธรรมชาติ ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เคยได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดินถล่ม ก่อนจะได้รับการฟื้นฟูให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม บ้านเรือนหลังคามุงแบบดั้งเดิมกว่า 20 หลังถูกปรับให้เป็นร้านค้าและพื้นที่งานหัตถกรรม ทั้งเครื่องปั้นดินเผา งานทอผ้า กระดาษวาชิ และอาหารพื้นถิ่น หนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยให้เข้าถึงบรรยากาศญี่ปุ่นโบราณได้มากขึ้น คือการลองสวมชุดกิโมโนแล้วเดินเล่นท่ามกลางหมู่บ้านและใบไม้เปลี่ยนสี โดยมีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง AUTUMN DETAILS สีสันที่ทำให้ฟูจิงดงามขึ้นอีกครั้ง เสน่ห์ของการมาเยือนฟูจิในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ไม่ได้อยู่ที่ยอดภูเขาเพียงอย่างเดียว แต่คือองค์ประกอบรอบตัวที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี ทั้งต้นเมเปิลสีแดงจัด ใบแปะก๊วยสีเหลือง และอากาศเย็นกำลังสบาย ทุกอย่างช่วยให้ภาพของฟูจิที่คุ้นเคยมีชีวิตชีวามากขึ้น CHUREITO PAGODA เจดีย์แดงชูเรโตะ · ภาพจำของญี่ปุ่น อีกหนึ่งสถานที่ที่แทบจะขาดไม่ได้เมื่อมาเยือนดินแดนแห่งภูเขาไฟฟูจิคือ “เจดีย์แดงชูเรโตะ” จุดชมวิวที่รวมองค์ประกอบของความเป็นญี่ปุ่นไว้ในภาพเดียว ทั้งเจดีย์สีแดง เมืองที่ทอดตัวอยู่ด้านล่าง และภูเขาไฟฟูจิที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลออกไป ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ทิวทัศน์บริเวณนี้ยิ่งโดดเด่น สีแดงของเจดีย์และใบไม้เข้ากันกับท้องฟ้าสีอ่อน ทำให้เป็นหนึ่งในมุมที่นักเดินทางและช่างภาพต่างอยากเก็บไว้ในความทรงจำ หนึ่งเฟรมที่มีทั้งวัฒนธรรม ธรรมชาติ และฤดูกาล — […] - [ล่องลอยบนก้อนเมฆแล้วไปชิมไวน์กลางหุบเขา](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/float-on-the-clouds-and-then-taste-wine-in-the-valley/): HOKKAIDO • JAPA ล่องลอยบนก้อนเมฆ แล้วไปชิมไวน์กลางหุบเขา หนึ่งวันที่ Tomamu Resort และเมือง Ikeda “หนึ่งวันในฮอกไกโดที่เริ่มต้นด้วยวิวเหนือภูเขา และจบลงด้วยกลิ่นหอมของไวน์ในห้องบ่ม” 01 • TOMAMU RESORT เช้าที่ Tomamu เมื่อภูเขากลายเป็นระเบียงชมวิว Tomamu คือจุดหมายที่ทำให้การตื่นเช้ากลายเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ตั้งแต่กระเช้าค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นเหนือแนวป่า ไปจนถึงมุมชมวิวบนสันเขาที่เปิดให้เห็นภูเขาซ้อนกันไกลสุดสายตา บรรยากาศบนยอดเขาเปลี่ยนไปตามแสง ลม และเมฆ ทำให้ทุกครั้งที่เงยหน้าขึ้นมอง ภาพตรงหน้าดูไม่เหมือนเดิมเลย 02 • MOUNTAIN WALK บนเส้นทางเหนือภูเขา ทางเดินและจุดชมวิวบนยอดเขาชวนให้ค่อย ๆ เดินและหยุดมองเป็นระยะ เพราะแต่ละมุมเปิดให้เห็นทั้งแนวป่า หุบเขา และภูเขาที่ไล่ระดับออกไปไกล บรรยากาศจึงไม่ได้มีแค่จุดหมาย แต่มีเสน่ห์อยู่ตลอดเส้นทางที่เดินผ่าน 03 • UNKAI TERRACE เหมือนได้นั่งอยู่ เหนือขอบฟ้า “บางเช้าเราอาจได้เห็นทะเลเมฆ แต่ถึงวันที่เมฆไม่เต็มฟ้า วิวจากบนนี้ก็ยังคุ้มค่ากับการขึ้นมา” เสน่ห์ของพื้นที่ชมวิวไม่ได้อยู่ที่ทะเลเมฆเพียงอย่างเดียว มุมที่นั่งสูงเหนือพื้นและทางเดินบนสันเขาทำให้เราได้มองภูมิประเทศจากมุมที่แตกต่างออกไป ช่วงเช้าหรือปลายวัน แสงอ่อนจะช่วยให้แนวภูเขาดูมีมิติและบรรยากาศสงบเป็นพิเศษ 04 • SLOW DOWN ลงจากยอดเขา สู่ความสงบของรีสอร์ต พอกลับลงมาด้านล่าง อารมณ์ของ Tomamu เปลี่ยนจากความตื่นเต้นบนยอดเขาเป็นความสบาย ๆ ของพื้นที่กว้าง อาคารสูงของรีสอร์ตตั้งอยู่ท่ามกลางสีเขียว ขณะที่ถนนเล็กและทุ่งหญ้าทำให้การเดินเล่นธรรมดากลายเป็นอีกช่วงหนึ่งที่น่าจดจำ หากไม่รีบเดินทางต่อ ลองเผื่อเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงสำหรับเดินเล่น ถ่ายรูป หรือจิบกาแฟเงียบ ๆ ก่อนออกจาก Tomamu เพราะเสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้มีเฉพาะกิจกรรมบนเขา แต่ยังอยู่ในความกว้าง โล่ง และเงียบของพื้นที่รอบตัวด้วย 05 • IKEDA จากภูเขาสู่เมืองแห่งไวน์ หลังจากใช้ช่วงเช้ากับภูเขา เส้นทางของวันพาเราเปลี่ยนบรรยากาศสู่เมือง Ikeda เมืองเล็กในฮอกไกโดที่มีเรื่องราวผูกพันกับการทำไวน์ จุดหมายสำคัญคืออาคารที่หลายคนเรียกว่า “Wine Castle” ซึ่งมองจากด้านนอกให้ความรู้สึกแข็งแรง เรียบ และโดดเด่นกลางพื้นที่โล่ง จากวิวเปิดกว้างบนภูเขา สู่บรรยากาศนิ่ง ๆ ของอาคารเก็บไวน์ การเปลี่ยนฉากในวันเดียวทำให้ทริปนี้มีทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมอาหารอยู่ในเส้นทางเดียวกัน 06 […] - [ล่องเรือสู่ขอบโลก Shiretoko Sightseeing Boat](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/cruise-to-the-edge-of-the-world-with-the-shiretoko-sightseeing-boat/): ล่องเรือสู่ขอบโลก Shiretoko Sightseeing Boat ทางตะวันออกเฉียงเหนือสุดของฮอกไกโดมีคาบสมุทรหนึ่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO คาบสมุทรชิเระโทโกะ (Shiretoko Peninsula) ที่นี่คือดินแดนที่ธรรมชาติยังคงบริสุทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น และหนึ่งในวิธีที่จะสัมผัสมันได้อย่างลึกซึ้ง คือการ ล่องเรือ Shiretoko Sightseeing Boat เส้นทางแห่งผา น้ำตก และชีวิตป่า เรือพาเราล่องออกจากชายฝั่งอันเงียบสงบ แล่นเลียบคาบสมุทรที่เต็มไปด้วย หน้าผาหินสูงชัน และ น้ำตกที่ไหลลงทะเลโดยตรง ระหว่างการเดินทางประมาณ 90 นาที บางวันเราอาจได้เห็น หรือไม่ก็เห็นความมหัศจรรย์จากท้องทะเล เช่น โลมา, วาฬ, และแม้แต่ สิงโตทะเล ที่โผล่ขึ้นมาจากผืนน้ำเย็นจัด - [พาไปหลงเสน่ห์ “หุบเขาพิงค์มอส” ฮอกไกโด ให้โลกนี้กลายเป็นสีชมพู](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/overcoming-your-failure/): พาไปหลงเสน่ห์ “หุบเขาพิงค์มอส” ฮอกไกโด ให้โลกนี้กลายเป็นสีชมพู ถ้าพูดถึง ฤดูใบไม้ผลิที่ฮอกไกโด หลายคนอาจนึกถึงซากุระก่อนเป็นอันดับแรก แต่รู้ไหมว่า ยังมีอีกหนึ่งความงามที่เปลี่ยนทั้งเนินเขาให้กลายเป็น พรมดอกไม้สีชมพูละมุน เราขอพาคุณมาเปิดประสบการณ์ที่ หุบเขาพิงค์มอส (Pink Moss Hill) หรือชื่อญี่ปุ่นว่า Shibazakura บนภูเขาโมะโคโตะ (Mt. Mokoto) ใกล้ทะเลสาบคุชชาโระ ทุกเดือนพฤษภาคม ที่นี่จะกลายเป็นโลกสีชมพู ที่ทำให้เราต้องกลับมาเยือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า และนี่คือ ครั้งที่ 3 ของเรากับหุบเขาพิงค์มอสแห่งนี้ สีชมพูละมุนที่ปูแน่นเต็มผืนดิน แม้ชื่อจะมีคำว่า “ซากุระ” แต่ ชิบะซากุระ ไม่ใช่ต้นไม้ใหญ่เหมือนซากุระทั่วไป แต่เป็น ดอกไม้ขนาดเล็กคลุมดิน เมื่อมันพร้อมใจกันเบ่งบาน จะกลายเป็น “พรมดอกไม้สีชมพู” ที่เต็มพื้นที่ทั้งเนินเขา เดินขึ้นไปบนสวน Shibazakura Park แล้วหันกลับมามอง จะเห็นทั้งเนินเขาไล่เฉดสี ชมพู ม่วงอ่อน ขาว และ แดง ตัดกับท้องฟ้าใส ๆ และฉากหลังเป็น ภูเขาโมะโคโตะ บอกเลยว่าทุกมุมคือมุมถ่ายรูปสวย ๆ แบบไม่ต้องหา Filter ใด ๆ ให้เสียเวลา สนุกเพิ่มกับโกคาร์ตกลางสวนดอกไม้ พิเศษกว่าการเดินชมดอกไม้ทั่วไป เพราะที่นี่มีสนาม โกคาร์ตกลางสวนพิงค์มอส ซิ่งเบา ๆ ท่ามกลางฉากหลังเป็นทะเลดอกไม้สีชมพูรอบตัว บรรยากาศที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ไม่ว่าคุณจะมาเป็นคู่ เป็นแก๊งเพื่อน หรือมากับครอบครัว เด็ก ๆ ก็สนุกได้ ผู้ใหญ่ก็ยิ้มไม่หยุด ทำไมเราถึงเลือกกลับมาที่นี่ซ้ำทุกปี เพราะทุกครั้งที่เรามา เราจะได้เจอสีสันที่ไม่เหมือนเดิมในแต่ละปี ได้เก็บภาพใหม่ ๆ ได้เจอความสดใสของผู้คนรอบข้าง ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด หุบเขาพิงค์มอส คืออีกหนึ่ง ฤดูใบไม้ผลิในแบบที่คุณจะต้องหลงรัก - [เที่ยวทาคายาม่า (Takayama)](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/image-alignment-example/): เที่ยวทาคายาม่า (Takayama) เมืองเก่าญี่ปุ่นกลางขุนเขา เสน่ห์ที่เราไปแล้ว… ยังอยากกลับไปอีก หากคุณกำลังมองหาเสน่ห์ของญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ท่ามกลางบ้านไม้โบราณ บรรยากาศสงบ เรียบง่าย แต่มีชีวิตชีวาไม่เคยเปลี่ยน Takayama (ทาคายาม่า) คือหนึ่งในจุดหมายที่เราแนะนำอย่างยิ่ง เพราะเราเองได้ไปมาแล้วถึงสองครั้ง และทุกครั้งก็ยิ่งประทับใจมากขึ้นทุกที เดินเล่นในย่านเมืองเก่า Sanmachi Suji ย่านเมืองเก่า Sanmachi Suji ถือเป็นหัวใจสำคัญของทาคายาม่า ถนนสายเล็ก ๆ สองข้างทางเรียงรายด้วยบ้านไม้โบราณยุคเอโดะ (Edo Period) ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี… ร้านค้าเล็ก ๆ, คาเฟ่, ร้านงานฝีมือ, ร้านขายของที่ระลึก รวมถึงร้านขนมญี่ปุ่นโบราณมีให้เลือกเต็มไปหมด บางหลังยังเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าไปชมบรรยากาศความเป็นอยู่ของพ่อค้าญี่ปุ่นในอดีต เพลินกับตลาดเช้า Miyagawa Morning Market อีกจุดที่เราไม่พลาดทุกครั้งคือ Miyagawa Morning Market ตลาดเช้าเลียบแม่น้ำที่มีชีวิตชีวาตั้งแต่เช้าตรู่… ทั้งผลไม้สด ๆ จากสวน , งานฝีมือท้องถิ่น , ผักดองสูตรพื้นเมือง ไปจนถึงของที่ระลึกที่หาซื้อได้เฉพาะแถบนี้เท่านั้น และแน่นอนว่าระหว่างเดินตลาดยังมี เนื้อฮิดะ (Hida Beef) ย่างร้อน ๆ เสียบไม้ให้ได้ลองชิมกันด้วย รสชาตินุ่มละลายในปาก อร่อยจนอยากกลับไปซื้อเพิ่มตลอดทุกครั้ง ฟินกับเนื้อฮิดะระดับตำนาน Hida Beef (เนื้อฮิดะ) ถือเป็นไฮไลท์ประจำเมือง… มีทั้งแบบเสียบไม้ย่างกินง่าย ๆ ระหว่างเดินเล่น ไปจนถึงเมนูเต็มคอร์สในร้านอาหารระดับหรู รสสัมผัสละลายในปากแบบที่สายเนื้อไม่ควรพลาดเด็ดขาด สัมผัสบรรยากาศเทศกาล Takayama Matsuri ถ้าใครมาเยือนในช่วงเดือน เมษายน หรือ ตุลาคม จะมีโอกาสได้ชม Takayama Matsuri หนึ่งในเทศกาลที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น… ขบวนรถแห่โบราณที่ประดับประดาไฟสวยงามเคลื่อนผ่านกลางเมืองในยามค่ำคืน สะท้อนแสงกับบ้านไม้โบราณ เป็นบรรยากาศญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่หาชมได้ไม่ง่ายนัก เรียวกังและออนเซ็นเติมเต็มทริป ทริปทาคายาม่าจะสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเมื่อได้พักใน เรียวกัง (โรงแรมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม) พร้อมแช่ ออนเซ็นกลางขุนเขา ในอากาศเย็นสบายตอนเช้า เป็นประสบการณ์เรียบง่ายแต่มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้เราอยากกลับไปซ้ำแล้วซ้ำอีก สรุป: ทาคายาม่า เมืองเก่าญี่ปุ่นที่ควรมาเยือนสักครั้งในชีวิต สองครั้งที่เราได้ไปเยือนทาคายาม่า ยังไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ เพราะเมืองนี้ยังมีมุมใหม่ […] ## Pages - [ประเทศสวีเดน](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/sweden/): เปิดโลกสแกนดิเนเวีย สู่นครสตอกโฮล์ม เมืองแห่งเกาะ สายน้ำ และสถาปัตยกรรมงดงาม - [ประเทศนอเวย์](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/norway/): นอร์เวย์…ดินแดนแห่งธรรมชาติยิ่งใหญ่ ที่ทุกเส้นทางเต็มไปด้วยวิวเหนือจินตนาการ - [ประเทศนิวซีแลนด์](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/new-zealand/): สัมผัสนิวซีแลนด์ในมุมที่สวยเกินคำบรรยาย ทั้งภูเขาหิมะ ทะเลสาบสีฟ้า และเมืองแสนสงบ - [ประเทศญี่ปุ่น](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/japan/): จากซากุระบานถึงหิมะขาว เที่ยวญี่ปุ่นได้ทุกฤดูและเต็มไปด้วยความประทับใจ - [ประเทศจีน](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/china/): สัมผัสจีนในมุมที่ใช่ ทั้งวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ธรรมชาติสุดตระการตา และสีสันของมหานคร - [สตอรี่](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88/) - [โปรแกรม](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/tours-gallery/) - [หน้าแรก](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/) - [News](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/news/) - [ติดต่อเรา](https://xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/contact/): ติดต่อเรา พร้อมดูแลทุกการเดินทางของคุณ หากต้องการสอบถามรายละเอียดโปรแกรมทัวร์ วางแผนการเดินทาง ขอคำแนะนำเพิ่มเติม หรือให้เราช่วยเลือกทริปที่เหมาะกับคุณ สามารถติดต่อทีมงานได้ผ่านช่องทางด้านล่าง เราพร้อมให้ข้อมูลและดูแลคุณตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันออกเดินทาง ## Optional - [Agent (MCP protocol)](websites-agents.hostinger.com/xn--22c9atu5cu1b4b2k.com/mcp) [comment]: # (Generated by Hostinger Tools Plugin)